ครูในดวงใจ
ครูในดวงใจ
เมื่อพูดถึงครูในดวงใจจะนึกถึงใครไม่ได้เลยนอกจากแม่ แม่เปรียนเสมือนครูคนแรกเปรียบเสมือนเป็นคนแรกในทุกๆเรื่องสำหรับลูกเป็นผู้หญิงคนแรกที่ยอมสละความสาวความสวยเพื่อลูกตัวน้อยๆอย่างเราให้ได้ลืมตาดูโลกถ้าพูดถึงในวัยเด็กของหนูตั้งแต่ที่เกิดมาเริ่มตั้งแต่ที่คลอดออกมาหนูไม่แข็งแรงเนื่องจากคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักแรกเกิดหนูคือ1.7กิโลกรัมหรือ1700ซึ่งเป็นน้ำหนักที่น้อยมากๆสำหรับเด็กแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดเนื่องจากว่าน้ำคล้ำท่วมเลยต้องผ่าคลอดซึ่งเมื่อผ่าคลอดออกมาแล้วคุณหมอ
บอกกับทางครอบครัวหนูว่าให้ทำใจไว้ว่าเด็กจะรอดและไม่รอดคือ50 50 แต่คุณหมอได้พูดปลอบใจว่าเด็กจำพวกนี้ถ้าอยู่รอดเขาจะเป็นคนที่เก่งและมีพรสวรรค์มากกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งตอนนั้นแม่ได้เล่าให้ฟังว่าทุกคนแทบสิ้นหวังแต่ยังมีกำลังใจขึ้นมานิดๆเพราะหนูตัวเล็กมากและร่างกายไม่แข็งแรงทั้งยายและแม่ร้องไห้เพราะกลัวที่จะเสียหนูไปยายซึ่งเป็นคนแก่เฒ่าจึงมีความเชื่ิอเรื่องสิ่งศักดิ์สสิทธิ์ท่านเลยไปกราบอ้อนวอนท่านว่าช่วยให้หนูอยู่รอดปลอดภัยให้มีชีวิตอยู่ต่อและเมื่อหนูเติบโตมีงานทำจะให้หนูมาช่วยบริจาคสิ่งของหรือปัจจัยเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลจนส่วนคนที่เป็นเสาหลักตอนนั้นมีแค่พ่อที่ต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้แม่แล้วเนื่องจากน้ำคล้ำท่วมทำให้มีเสมหะหรือที่แม่เล่าคือแม่เรียกว่าเสลดอยู่ตลอดเวลาและทำให้หายใจได้ลำบากและเวลาที่เสลดขึ้นตันทางเดินหายใจแต่ละทีหนูเหมือนจะไม่รอดสักครั้งหมอต้องคอยตบหลังเอาสายยางลงไปในลำคอเพื่อที่จะช่วยเอาเสลดออกมาหนูต้องเข้าตู้อบสำหรับเด็กเนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรงหมอต้องคอยตรวจอยุ่ตลอดเวลาหนูใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเดือนตัวคนเดียวเนื่องจากพ่อกับแม่ก็ต้องกลับบ้านเพื่อหาค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลช่วงที่หนูเกิดมาเป็นช่วงที่ครอบครัวยากจนมากขนาดที่ว่าแม่ที่กลับมาอยู่บ้านเพื่อรอรับหนูกลับต้องไปขอแตงกว่าในสภาพที่ขายไม่ได้แล้วมากินกับข้าวและน้ำปลาเพื่อที่จะได้มีแรงในแต่ละวันเนื่องจากคนที่คลอดลูกใหม่ๆแน่นอนว่าต้องเสียเลือดมากอยู่แล้วจนเมื่อถึงวันที่ไปรับหนูออกจากโรงพยาบาลเงินที่มีนั้นไม่พอจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนพ่อต้องไปพูดคุยกับหมอขอให้ช่วยค่ารักษาคุณหมอเลยเอาชื่อเข้าโครงการอะไรสักอย่างของทางโรงพยาบาลเลยทำให้ค้าใช้จ่ายนั้นลดเหลือลงมาบ้างและเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาหนูกลับเป็นเด็กที่แข็งแรงเนื่องจากแม่ดูแลอย่างใกล้ชิดคอยเอาใจใส่และช่วงนั้นครอบครัวก็ถือว่าอยู่ในสภาวะที่ดีขึ้นมาหน่อยเเละเนื่องจากเป็นเด็กที่ตอนเกิดไม่ค่อยแข็งแรงจึงทำให้แม่ไม่เคยให้อยู่ห่างจากท่านเลยท่านจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอท่านจะเป็นคนที่คอยสอนนู้นนี่นั้นอยู่ตลอดเวลาจนโตขึ้นทำให้หนูเป็นคนที่ไม่เคยนอกคอกไม่เคยขัดคำสั่งพ่อแม่เลยสักครั้งไปไหนมาไหนกับพ่อแม่ตลอดเวลาแต่ในความดูแลใกล้ชิดนั้นไม่ใช่ว่าท่านจะคอยโอ๋ไม่ให้ทำอะไรเลยแต่ในมทางกลับกันแม่จะเป็นคนแรกในทุกๆเรื่องเสมอเป็นคนที่คอยสอนทำการบ้าน ทำงานบ้าน ทำกับข้าวทำทุกอย่างที่ผู้หญิงทุกคนควรจะทำซึ่งแม่ให้เหตุผลว่าที่ทำทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเราต้องทำเพื่อใครแต่เราทำเพื่อตัวเองถ้าในอนาคตเราทำอะไรได้หลายๆอย่างเราก็สามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้โดยที่ไม่เป็นภาระของใครและที่สำคัญเรื่องที่แม่จะคอยสอนอยู่เสมอคือการพอใจในตัวของเองไม่ทะเยอทะยานจนเกินไปจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขเพราะความที่ไม่รู้จักพอและเรื่องที่ท่านเป็นห่วงที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องผู้ชายซึ่งไม่ว่าแม่คนไหนร้อยทั้งร้อยก็อยากให้ลูกเจอคนที่ดีแม่จะบอกอยู่เสมอว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ตนเองควรใฝ่หาแต่เมื่อถึงเวลามันก็จะมาเองซึ่งมันทำให้หนูคิดว่าเรื่องที่ไม่มีแฟนไม่มีผลอะไรต่อชีวิตหนูเลยขอแค่รอบข้างหนูมีคนที่ดีกับหนูก็พอดังนั้นทุกความคิด ทุกคำสอน ทุกการกระทำของแม่ที่ท่านได้แสดงออกมาให้หนูเห็นจึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้หนูอยากจะเป็นแบบแม่อยากจะเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้เพอร์เฟคไปซะทุกอย่างไม่ได้สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่างแต่สามารถเลี้ยงลูกตนเองให้เป็นคนดีไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนสามารถมีชีวิตที่ดีมีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้าแค่นี้ก็ดีเกินพอแล้วสำหรับคนที่เป็นแม่เพราะฉนั้่นแม่จึงเรียบเสมือนครูคนแรกสำหรับหนูเป็นคนที่จุดประกายชีวิตเป็นคนที่สร้างหนูให้เป็น
คนดี หนูจะเป็นผู้หญิงที่ดีแบบแม่ให้ได้ค่ะ
![]() |
| my family |



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น