บันทึกอนุทินครั้งที่5

บันทึกอนุทินครั้งที่5

บันทึกอนุทินครั้งที่5
วันอังคารที่ 4 เดือน กันยายน พ.ศ.2561
เวลาเรียน 08:00-10:30 น.
อ.ตฤน แจ่มถิน



คาบนี้เป็นคาบที่มีเรียนตามปกติหลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ยกคลาสเนื่องจากอาจารย์มีประชุม
และเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในการทำการเรียนการสอนจากอาทิตย์ที่แล้วที่อาจารย์ติดธุระแล้ว
คาบนี้เริ่มต้นการสอนโดยการให้นักเรียนทุกคนฝึกสมองโดยให้คนที่ทำท่าฝึกสมองไม่ได้ในอาทตย์ก่อนๆออกไปทำข้างหน้าและให้เพื่อนในห้องทำตามไปด้วยเพื่อเป็นการฝึกสมาธิไปพร้อมๆกันโดยท่าทั้งหมดที่ทำมีดังต่อไปนี้

ท่าจับหูทำโดยการที่เราไขว้มือข้างหนึ่งอ้อมไปจับหูข้างหนึ่งและอีกข้างหนึ่งก็จับสลับกัน

ท่าจับหูกับจมูกคือใช้มือข้างหนึ่งจับหูข้างหนึ่งจับจมูกทำสลับกันไปเรื่อยๆ

ท่าโป้งก้อยคือการที่เราชูนิ้วโป้งข้างหนึ่งชูนิ้วก้อยอีกข้างหนึ่งสลับกันไปมา

ท่ายิงปืนเป็นท่าที่มือข้างหนึ่งทำท่าปืนและมือข้างหนึ่งเป็นเป้าทำสลับกันไปมา

ท่าจีบแอลโดยท่านี้ใช้มือข้างจีบและข้างซ้ายทำเป็นตัวแอลสลับกันไปมาเรื่อยๆ

ท่าทุบพื้นคือมือข้างหนึ่งจะใช้ทุบพื้นมืออีกข้างหนึ่งจะใช้ถูพื้นเปลี่ยนข้างทำสลับกันไปมา

ในการทำท่าฝึกสมาธินี้ถือเป็นการทำให้นักเรียนมีสติในการเรียนคนที่ทำได้ทุกท่านั้นถือว่าเป็นคนที่มีสมาธิดีและจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวส่วนคนที่ยังทำไม่ได้ก็พอมีบ้างแต่เมื่อเริ่มทำอีกรอบก้ทำได้เพราะแต่ละคนเริ่มมีสมาธิกันขึ้นมาบ้างแล้วในการทำแต่ละท่านั้นเราสามารถนำไปใช้กับเด็กๆในเวลาเรียนได้เพราะเด็กเขาจะไม่ค่อยยุเฉยๆจะวอกแวกอยู่ตลอดเวลาเพราะความอยากรู้อยากเห็นดังนั้นวิธีนี้จึงสามารถนำไปใช้กับเด็กเพื่อให้เขาอยู่ในความสงบและตั้งใจฟังเข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อสารกับตัวเขาได้


และหลังจากนั้นอาจารย์จึงแจกใบเพลงมาเพื่อให้นักศึกษาฝึกร้องกันโดยการที่อาจารย์จะร้องเป็นตัวอย่างให้ฟังก่อนและหลังจากนั้นจึงให้นักศึกษาร้องตามและให้ร้องให้อาจารย์ฟังอาจารย์ยังบอกอีกว่าจะร้องเพราะหรือไม่เพราะขอแค่ให้เรามีความมั่นใจในเสียงตัวเองและสามารถทำให้เด็กสนใจและสนุกสนานอยากมีส่วนร่วมไปกับเราได้ก็ถือว่าโอเคแล้ว



และในทุกๆเพลงที่อาจารย์ให้ร้องจะมีท่าทางประกอบอยู่ทุกเพลงอย่างเช่นเพลง ตา หู จมูก เพลงนี้จะสอนเกี่ยวกับการฝึกสมาธิโดยเพลงนี้จะให้เราชี้มือไปตามอวัยวะที่เราร้องในเพลงซึ่งถือเป็นการฝึกสมาธิไปในตัวอีกด้วยแต่ละเพลงจะมีการเสริมสร้างทักษะไปในเพลงที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเนื้อเพลง


อย่างเช่นเพลงแมงมุมลายเพลงนี้ถือว่าเป้นเพลงที่สนุกมากกกกก โดยเริ่มจากการที่เราเริ่มเต้นตามเนื้อร้องในเพลงและเริ่มจาการเป็นแมงมุมตัวเดียว


จากนั้นก้เริ่มมีการแบ่งกลุ่มกันเป็นแมงมุมแต่ละตัว แต่ละตัวจะมีส่วนปประคือ หัวแมงมุม ตัวแมงมุม และก้นแมงมุม ยิ่งเป็นการเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้นแลละถ้าเรานำไปใช้กับเด็กในชั้นเรียนจะเป็นการทำให้เขาได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนในห้องเป็นการทำความรู้จักและสานสัมพันธ์ที่ดีอีกด้วย


และยิ่งไปกว่าการจับกลุ่มแต่ละกลุ่มแล้วคือการที่รวมคนทั้งห้องเป็นแมงมุมตัวเดียวตัวใหญ่เหมือนเป็นการสอนไปในตัวคือการบ่งบอกว่าการที่เราทำอะไรคนเดียวมันอาจจะดี สะดวกต่อตนเองก็จริง
แต่ถ้าเราทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนก้จะทำให้เรารู้จักเพื่อนากขึ้นทำให้เรารู้จักการสานสัมมพันธ์ที่ดีต่อกันให้รู้จักการสามัคคีกันในกลุ่มเพราะในโลกใบนี้คนเราไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวบนโลกนี้ได้สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้แต่มันไม่เสมอไปยังไงสักวันเราก็ต้องมีการเข้าสังคมการทำงานร่วมกันกับคนอื่นเพราะฉนั้นการที่เรารู้จักการสานสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเอง
เราอาจจะมองว่าการสอนร้องเพลงเด็กแค่นี้เป็นแค่เพลงธรรมดาๆแต่ถ้ามองลึกลงไปจะรู้ว่าทุกอย่างมันมีคุณค่าในตัวมันเองเสมอ


หลังจากที่อาจารย์ท่านสอนเกี่ยวกับการปฏิบัตรแล้วจึงเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่อง
ความหมายของคำว่าครู ซึ่งก่อนเข้าบทเรียนอาจารย์ได้ถามนิยามคำว่าครูสำรับนักเรียนคืออะไรซึ่งแต่ละคนก็นิยามกันแตกต่างกันไป เช่น ครูคือผู้สร้างคนจริง กระจก ผู้ชี้แนะ เรือจ้าง และอีกมากมายเกี่ยวกับความเข้าใจของตนเองซึ่งแต่ละนิยามก็เป็นไปได้ทั้งนั้นหรือจะพูดให้ถูกก็คือครูคือผู้สร้างทุกสิ่งอย่างให้แก่ศิษย์ สร้างคนดี  สร้างความรู้ สร้างคุณธรรมจริยธรรม และครูยังเป็นผู้ที่สืบทอดมรดกวัฒธรรมจากรุ่นต่อรุ่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วยและยังให้ความหมายของคำว่า Teacher ในภาษากฤษอีกด้วยซึ่งแต่ละตัวอักษรในภาษาอังกฤษที่รวมกันเป็นคำนี้ยังมีความหมายในตัวของตัวเอง ดังนี้
T หมายถึง Taeching (การสอน)
A หมายถึง academic (วิชาการ)
E หมายถึง ethics (จริยธรรม)
C หมายถึง cultural heritegh(การสืบทอดวัฒนธรรม)
H หมายถึง human relationship(มนุษย์สัมพันธ์)
R หมายถึง research (การวิจัย)
E หมายถึง evaluation (การประเมินผล)

ซึ่งการเรียนทฤฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ว่าการที่เราจะเป็นครูควรมีคุณสมบัติแบบไหนหรือคนแบบไหนที่จะเหมาะกับการเป็นครูอย่างแท้จริงซึ่งคนที่เรียนด้านนี้ควรจะศึกษาไว้เพื่อที่จะต้องนำไปใช้ในชีวิตการเป็นข้าราชการครูในวันข้างหน้า นอกจากนี้อาจารย์ยังได้เปิดวีดีโอเกี่ยวกับเรื่องของครูและนักเรียนให้ดูอีกด้วยซึ่งเรื่องนี้ทำเอาหลายๆคนน้ำตาคลอไปเลยทีเดียวเป็นการสอนให้รู้ว่าครูนั้นต้องเป็นผู้ทั้งแรงกายแรงใจเพื่อศิษย์เพราะถือว่าการที่ศิษย์มาเรียนกับเราถือว่าเขาได้ฝากความหวังส่วหนึ่งไว้กับครูเพื่อให้ครูเป็นผู้ก่อผู้สร้างด้านต่างๆของศิษย์เพื่อให้เขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและก้าวสู่การเป็นเป็นบัณฑิตที่ดีและมีคุณภาพเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีกับคนในรุ่นต่อๆไป 
เรียกได้ว่าการเรียนในวันนี้ครบทุกอารมณ์เลยจริงๆไม่ว่าจะทั้งสนุกสนาน เฮฮาเคล้าน้ำตากันไปซึ่งท้ายมี่สุดก็จบลลงด้วยความปลาบปลื้มในความเป็นครูซึ่งคนที่จะเป็นครูทุกคนจะต้องมีจรรยาบรรณตามที่กล่าวมา ในฐานะนักศึกษาครูด้วยกันก็ขอเป็นกำลังใจให้ในการเรียนและฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันทุกคนเพื่อที่จะเป็นบัณฑิตที่ดีมีคุณภาพและเป็นคุณครูที่สามารถถ่ายทอดและสืบทอดวัฒนธรรมที่ดีในรุ่นๆต่อไปนะคะ










ความคิดเห็น